Member Log in สมัครสมาชิก
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
โปรแกรมค้นหาคำในพระคัมภีร์ Search by Scriptures
Search by Scripture..Eng!
經 文 查 尋 ... Chi!
อ่าน พระคัมภีร์ Read Bible Online!
New Testament
พันธสัญญาใหม่
聖經 Online!
อ่าน บทเรียนชีวิต Read Life Study Online!
Life Study of the Bible
บทเรียนชีวิต เยเนซิศ
生命讀經
อ่าน หนังสือฝ่ายวิญญาณ Read Online!
วอชแมน นี Books by Watchman Nee...Eng!
วิทเนส ลี Books by Witness Lee...Eng!
ชีวิตคริสเตียนที่ปกติ
พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง
สิบสองตระกร้า
ประสบการณ์พระคริสต์
ทำความรู้จักกับชีวิต
ฟังการกระจายเสียง Boardcast
หนังสือบทเรียนชีวิต - อังกฤษ Life Study of the Bible
ข้อพระคัมภีร์ Scripture Readings
บทเพลงสรรเสริญ Hymns
Englsih/ ฟังบทเพลงอังกฤษ
English/ ซื้อบทเพลงอังกฤษ
Chinese / ซื้อบทเพลงจีน
Thai / ไทย
กิตติคุณ 福音
Falsely Accused
The Silent Question
ความหวังที่มีชีวิตนิรันดร์
ภัยพิบัติ สึนามิ
ความลี้ลับแห่งชีวิตมนุษย์
福音故事
福音單張
有神
人生的意義
到底有沒有神
Our Greatest Treasure
ศาสนาใดถูกต้อง? ศาสนาอะไรดีที่สุด
ไม่มีทุกข์ใดบนโลกนี้ที่สวรรค์ไม่อาจเยียวยาได้
What Touch God
พระเจ้ามีจริง? / คุณพิสูจน์ได้หรือว่าพระเจ้ามีจริง? / พระเจ้ามีจริงหรือ?
ศาสนาใดถูกต้อง?
มนุษย์คืออะไร,มนุษย์คือใคร,มนุษย์มาจากไหน,ใครสร้างมนุษย์
มีพระเจ้า
The Mystery of Human Life
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา:วัยกลางคน Middle-Age Training Center
ไต้หวัน / Taiwan
อเมริกา / USA
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา Full-Time Training Center
1989 USA
2005 Japan
1992 Russia
1993 New Zealand
1986 Taiwan
1997 England
1985 Philippines
2003 Hong Kong
2002 Mexico
2000 Malaysia
1999 Thailand
1995 Indonesia
1996 Korea
PDA / Pocket PC
Holy Bible
isilo
Bible / Hymns พิมพ์ PDA
有聲書/ หนังสือมีเสียง
ซื้อCD หนังสือมีเสียง-จีน Chinese
สมัครรับ eMANNA
Korean / เกาหลี
English / อังกฤษ
Thai / ภาษาไทย
Chinese / จีน
โครงร่าง Outline 綱 要
Chinese / 綱要 / จีน
English / อังกฤษ
Gospel Book Room / ห้องสมุดกิตติคุณ
Thailand / ไทย
Korea / เกาหลี
Japan / ญี่ปุ่น
Taiwan / ไต้หวัน
The Gospel Bookroom Thailand
Other Links
www.lsmchinese.org
www.ministrybooks.org
online.recoveryversion.org
www.livingstream.com
www.lsmkorean.org
www.lsm.org/
http://www.cgdepot.org
www.lastadam.com
www.churchhistories.org
Christians on Campus
www.christianwebsites.org
Local churches
www.lsm.org/espanol
สาระความรู้
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
Dictionary online
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
คำพยาน / Testimonies of God
ตั้งกระทู้ใหม่ / New Topic
หลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลาย
(Reader : 7585)

บทนำ

เนื่องจากมีบุคคลจำนวนมากทั้งที่เป็นคริสเตียนและไม่ใช่คริสเตียนได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของคริสตจักรท้องถิ่นแห่งการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราจึงใช้หนังสือเล่มนี้เป็นการแนะนำเบื้องต้นถึงหลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของเรา ในฐานะบุตรแห่งความสว่าง เรารู้สึกขอบคุณพระเจ้าสำหรับโอกาสอันดีนี้ที่จะรับภาระเป็นพยานอย่างเปิดเผยว่า อะไรคือหลักความเชื่อ คำสอนและภาคปฏิบัติของเรา เรามีหนังสืออื่นอีกมากมายที่จะให้ความช่วยเหลือด้านความหมายของเรื่องราวที่สำคัญต่างๆ ในพระคัมภีร์ รวมทั้งเรื่องการประสบการณ์พระคริสต์ การบังเกิดใหม่ การเปลี่ยนแปลง การเจริญเติบโตของชีวิต คริสตจักร อาณาจักร พระเจ้าตรีเอกภาพ แผนการบริหารของพระเจ้า และวิญญาณของมนุษย์ ยังมีพระคัมภีร์ฉบับฟื้นฟูซึ่งแปลให้ตรงตามภาษาเดิมพร้อมคำอธิบาย อีกทั้งบทเรียนชีวิตของพระคัมภีร์แต่ละเล่ม ผู้ที่มีใจแสวงหาย่อมได้รับคำตอบจากหลักความจริงเหล่านี้
เราต้องการให้คริสเตียนทั้งหลายรู้จักคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายที่ได้ยึดมั่นในความเชื่ออย่างเดียวกัน (ตต.1:4) และเป็นคริสเตียนที่ถูกต้องแท้จริง เราต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และผู้ช่วยให้รอดของเราแล้ว พระองค์อาศัยอยู่ในเราเป็นชีวิตของเรา และพระองค์ก็เป็นทุกๆ สิ่งสำหรับเรา เรารักพระองค์ เราปรนนิบัติพระองค์และเราก็กำลังนำพาผู้อื่นมารู้จักตัวของพระองค์ เราประชุมร่วมกันในคริสตจักรท้องถิ่นต่างๆ ในฐานะ คริสเตียนที่ได้รับการชำระ โดย พระโลหิต ได้รับการบังเกิดใหม่ และได้ รับพระวิญญาณเติมเต็ม โดยไม่เกี่ยวข้องกับ คณะนิกาย ใดๆ เพราะว่าเราต้องการ เป็นพยานถึงการเป็นหนึ่งแห่งพระกายของพระคริสต์ เรายินดี ต้อนรับ ผู้เชื่อที่แท้จริง ทุกท่าน และเราก็ต้องการ สามัคคีธรรม กับพวกเขาในฐานะ พี่น้องของเราในพระคริสต์ นี่เป็นน้ำใสใจจริงของเราและเป็น ความปรารถนาของเราจริงๆ เพื่อพยานแห่งการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะได้แผ่ขยายบนแผ่นดินโลกนี้และมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อเจ้าสาวของพระองค์จะได้ถูกเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระองค์ในไม่ช้า ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อทรงเป็นพยานยืนยันถึงพระราชกิจแห่งการฟื้นฟูของพระองค์บนแผ่นดินโลกในวันเหล่านี้

หลักความเชื่อของเรา

1. เราเชื่อว่า พระคัมภีร์ เป็น การเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ โดย การดลใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผ่านพวก อัครทูตและผู้เผยพระวจนะ ต่างๆ
2. เรา เชื่อ ว่า พระเจ้าเป็นพระเจ้าตรีเอกภาพ ในธาตุแท้นั้น พระเจ้ามีองค์เดียว แต่ในด้าน แผนการบริหาร ทรงมี 3 พระภาค พระบิดาและพระบุตรและพระวิญญาณ ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่ นิรันดร์กาลก่อนถึง นิรันดร์กาล ในอนาคต โดยมี พระบิดา เป็น ผู้วางโครงการ พระบุตรมาสำเร็จงาน พระวิญญาณมาดำเนินการเพื่อ สำเร็จแผนการบริหารของพระเจ้า
3. เราเชื่อว่า พระเจ้า พระองค์เอง ได้มาบังเกิดเป็น รูปกายมนุษย์ ทรงพระนามว่า เยซู บังเกิดจากมาเรีย หญิงพรหมจารี พระองค์ไม่มีบาป พระองค์เป็นพระผู้ไถ่ และ ผู้ช่วยให้รอดของเรา
4. เรา เชื่อว่า พระเยซู ผู้ซึ่งเป็น มนุษย์พระเจ้า พระองค์ ทรงเป็น มนุษย์แท้ และ พระเจ้า องค์ครบสมบูรณ์ ได้ ดำเนินอยู่บนโลก 33 ปีครึ่ง เพื่อให้ มนุษย์รู้จักพระเจ้า พระบิดา
5. เราเชื่อ ว่า พระเยซูคือ พระคริสต์ ผู้ได้รับการชโลมจาก พระเจ้า ด้วย พระวิญญาณบริสุทธิ์ ของพระองค์ พระองค์ ได้ สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อ ความผิดบาปของเรา และ หลั่งพระโลหิตเพื่อสำเร็จการไถ่เรา

6. เราเชื่อว่า หลังจากพระเยซูคริสต์ได้ถูกฝังสามวัน พระองค์ ทรงคืนพระชนม์ ทั้ง กาย และวิญญาณ และใน การคืนพระชนม์ นี้ พระองค์ ทรงกลายเป็น พระวิญญาณผู้ประทานชีวิต ประทานพระองค์เองเข้าสู่ภายในเราเป็น ชีวิต และ เป็นทุกสิ่งของเรา

7. เราเชื่อว่า หลังจากที่พระองค์คืนพระชนม์ พระองค์ได้ เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ และ พระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์เป็นพระคริสต์ และ องค์พระผู้เป็นเจ้าของสิ่งสารพัดทั้งปวง พระคริสต์ ทรงถูกแต่งตั้งให้ปฏิบัติการให้บรรลุซึ่ง แผนการบริหารที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์

8. เราเชื่อว่าหลังจาก การเสด็จสู่สวรรค์ พระคริสต์ได้ประทานพระวิญญาณของพระเจ้า เพื่อ ชโลมแก่ผู้เชื่อที่พระองค์ทรงเลือกสรร เพื่อเขาเหล่านั้นได้ บัพติศมาเข้าเป็นกายเดียว และ วันนี้ พระวิญญาณของพระเจ้า ซึ่งก็คือ พระวิญญาณของพระคริสต์ กำลังดำเนินอยู่บนโลก เพื่อกระตุ้น คนบาป ที่ พระเจ้าทรงเลือกสรร จะ ได้บังเกิดใหม่ เข้าร่วมในอวัยวะทั้งปวงของ พระคริสต์ และ รับการหล่อเลี้ยง จนเจริญเติบโตในชีวิต เพื่อ ก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ สำหรับ การสำแดงแห่งกลุ่มชนของพระองค์ และ สำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่

9. เราเชื่อว่าพระเจ้าได้เสด็จมากลายเป็นมนุษย์ เพื่อจะกระทำให้ (ตาย—ไถ่บาป เป็นขึ้น—ประทานชีวิต) มนุษย์กลายเป็นพระเจ้า ในด้าน ชีวิต และ นิสัย แต่ ไม่มีส่วนใน ฐานันดรความเป็นพระเจ้า

10. เราเชื่อว่า คริสตจักรมีหนึ่งเดียวในจักรวาล คือ พระกายของพระคริสต์ แต่ได้มีภาคปฏิบัติและปรากฏในท้องถิ่นต่างๆ เป็น คริสตจักรท้องถิ่น ทั้งหลาย ท้องถิ่นหนึ่งมี คริสตจักร หนึ่งเดียวเท่านั้น เพื่อเป็น พยานถึงพระกายที่มีหนึ่งเดียว

11. เราเชื่อว่า ในยุคสุดปลาย พระคริสต์จะเสด็จกลับมา เพื่อ รับวิสุทธิชนของพระองค์ และ มาพิพากษาโลกนี้ ครอบครองโลกนี้ และ ก่อตั้งอาณาจักรพันปี ของพระองค์

12. เราเชื่อว่า เฉพาะ วิสุทธิชน ผู้มีชัยชนะ จะปกครองร่วมกับ พระคริสต์ ในอาณาจักรพันปี และ ผู้เชื่อในพระคริสต์ ทุกคน จะมีส่วนในพระพรของพระเจ้า ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งอยู่ใน ฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่ ชั่วนิรันดร์


ฐานรากและฐานของเรา (Foundation and Ground)

I. ฐานรากของคริสตจักร ที่เป็น การก่อสร้างอันศักดิ์สิทธิ์ ก็คือ พระคริสต์ที่ทำ การไถ่ และ ช่วยให้รอด ซึ่งได้ ถูกเปิดเผย และ ถูกหล่อเลี้ยง ออกไปโดย เหล่าอัครทูต และ ผู้เผยพระวจนะ (1กธ.3:10–11; อฟ.2:20):

1. ในฐานะที่ องค์พระเยซูเจ้า ทรงเป็น พระคริสต์และ พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงเป็นฐานรากเพียงหนึ่งเดียวที่พระเจ้าทรงวางไว้เพื่อการก่อสร้างคริสตจักร. ไม่มีผู้ใดสามารถวางฐานรากอื่นใดได้อีก (มธ.16:16–18; 1กธ.3:10–11):

(1) พระคริสต์ทรงเป็น ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง. ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดอาจเทียบกับพระองค์ได้ (กซ.1:15–19; 2:9, 16–17; 3:4, 10–11).

(2) มีเพียงพระคริสต์ ที่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็น ฐานรากแห่งการก่อสร้างอันศักดิ์สิทธิ์ ได้ ตามแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้า (1กธ.1:24, 30; 2:2; 3:10–11).
2. คริสตจักรถูกก่อสร้างขึ้น บนฐานรากแห่งเหล่าอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ พร้อมด้วย การเปิดเผยที่พวกเขาได้รับจากพระคริสต์ผู้เป็นศิลา และ พร้อมด้วย คำสั่งสอน ของพวกเขา (อฟ.2:20; มธ.16:18; กจ.2:42):
(1) เนื่องจาก ข้อลับลึกของพระคริสต์ ได้ถูกเปิดเผยแก่ เหล่าอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ การเปิดเผยที่พวกเขาได้รับจึงถือเป็น ฐานรากที่ให้คริสตจักร ได้ถูกก่อสร้างขึ้น (อฟ.3:4–5; 2:20).
(2) ในโลกนิรันดร์จะมีกรุงเยรูซาเล็มใหม่เพียงหนึ่งเดียวที่ถูกก่อสร้างขึ้นบนฐานรากแห่งการปฏิบัติมากมายที่วางซ้อนทับกันอยู่ ซึ่งจะนำไปสู่พยานเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในการสำแดงเพียงหนึ่งเดียว (วว.21:14, 18–20).
(3) ในการก่อสร้างคริสตจักร พระเจ้าทรงทำงานตามโครงการที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าและเปิดเผยไว้ (มธ.16:18; อฟ.2:20; เทียบ อซด.25:8–9):
ก. สิ่งสำคัญที่สุดในการงานฝ่ายวิญญาณของเราก็คือความรู้ที่มีต่อต้นแบบ (ลักษณะ) ที่ถูกสำแดงบนภูเขา (ฮร.8:5).
ข. ลักษณะที่ถูกสำแดงบนภูเขาก็คือโครงการของพระเจ้า. ถ้าเราไม่เข้าใจโครงการของพระเจ้า เราย่อมไม่มีทางที่จะทำการก่อสร้างของพระเจ้าได้ (อฟ.3:4).
II. คำว่า “ฐาน” ที่เราใช้ในการกล่าวถึงคริสตจักรนั้นไม่ได้หมายถึงฐานราก แต่หมายถึงสถานที่ ซึ่งก็เหมือนกับสถานที่อันเป็นที่วางฐานรากของสิ่งก่อสร้าง:
1. ตามการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาใหม่ ฐานของคริสตจักรนั้นก่อรูปขึ้นด้วยองค์ประกอบที่สำคัญสามอย่าง:
(1) องค์ประกอบแรกซึ่งก่อรูปขึ้นเป็นฐานของคริสตจักรก็คือ ความเป็นหนึ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียวแห่งพระกายจักรวาลของพระคริสต์ (4:4).
ก. ความเป็นหนึ่งนี้ถูกเรียกว่า “ความเป็นหนึ่งแห่งพระวิญญาณนั้น” (ข้อ 3).
ข. ความเป็นหนึ่งนี้คือความเป็นหนึ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอธิษฐานไว้ในโยฮันบทที่ 17 ซึ่งก็คือความเป็นหนึ่งในการผสมผสานระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนกับผู้เชื่อทุกคนซึ่งอยู่ในพระคริสต์ (ข้อ 6, 11, 14–24).
ค. ความเป็นหนึ่งนี้ถูกแจกจ่ายเข้าสู่วิญญาณของผู้เชื่อทุกคนที่อยู่ในพระคริสต์ ในเวลาที่พวกเขาบังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณแห่งชีวิตโดยมีพระคริสต์เป็นชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์.
(2) องค์ประกอบที่สองซึ่งก่อรูปขึ้นเป็นฐานของคริสตจักรก็คือ ฐานที่มีเพียงหนึ่งเดียวแห่งท้องถิ่นอันเป็นที่ซึ่งคริสตจักรท้องถิ่นได้ก่อตั้ง
และดำรงอยู่ (กจ.14:23; ตต.1:5; วว.1:11).
(3) องค์ประกอบที่สามซึ่งก่อรูปขึ้นเป็นฐานของคริสตจักรก็คือ ความเที่ยงแท้ของพระวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่ง ซึ่งจะสำแดงความเป็นหนึ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียวแห่งพระกายจักรวาลของพระคริสต์อยู่บนฐานท้องถิ่นที่มีเพียงหนึ่งเดียวของคริสตจักรท้องถิ่น (1ยฮ.5:6; ยฮ.16:13):
ก. โดยพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้ ซึ่งเป็นความเที่ยงแท้ที่มีชีวิตของตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นหนึ่งแห่งพระกายของพระคริสต์จึงกลายเป็นสิ่งที่เที่ยงแท้และมีชีวิต.
ข. โดยพระวิญญาณนี้ ฐานของคริสตจักรจึงถูกนำไปปรับใช้ในลักษณะที่เป็นชีวิต ไม่ใช่เป็นกฎบัญญัติ.
ค. โดยพระวิญญาณนี้ ฐานที่แท้จริงของคริสตจักรจึงถูกนำไปเชื่อมต่อกับพระเจ้าตรีเอกภาพ (อฟ.4:3–6).
2. ในเรื่องฐานของคริสตจักรนั้น พระบัญญัติบทที่ 12 มีความสอดคล้องกับการเปิดเผยในพันธสัญญาใหม่อยู่อย่างน้อยสี่ด้าน:
(1) ในพระบัญญัติบทที่ 12 และในพันธสัญญาใหม่ เราจะเห็นได้ว่าพลไพร่ของพระเจ้าจะต้องเป็นหนึ่งอยู่เสมอ:
ก. ในพระปัญญาของพระเจ้า พระองค์จึงไม่อนุญาตให้พลไพร่ของพระองค์มีการเลือกสรรหรือความรักชอบของตนเอง แต่ทรงเรียกร้องให้พวกเขามายังศูนย์กลางแห่งการนมัสการเพียงหนึ่งเดียว.
ข. ไม่ว่าพลไพร่ของพระเจ้าหรือบรรดาผู้เชื่อในพระคริสต์จะมีจำนวนมากเท่าไร พวกเขาก็ยังคงต้องเป็นหนึ่งและต้องมีศูนย์กลางในการนมัสการพระเจ้าแห่งเดียวกัน.
(2) ทั้งในพระบัญญัติบทที่ 12 และในพันธสัญญาใหม่ หนทางของพระเจ้าในการรักษาความเป็นหนึ่งของพลไพร่ของพระองค์ก็คือการได้มาซึ่งสถานที่ซึ่งตั้งพระนามของพระองค์ ซึ่งเป็นพระนามที่มีเพียงหนึ่งเดียว (พบญ.12:5, 11, 21):
ก. การถูกชุมนุมกันเข้าสู่นามชื่ออื่นๆ ก็คือการแตกแยกกัน เพราะนามชื่อเหล่านั้นเป็นพื้นฐานให้เกิดการแตกแยก.
ข. เราไม่ควรเอาชื่อเรียกหรือนามใดๆ มาเรียกตัวเอง แต่ควรที่จะถูกชุมนุมกันเข้าสู่พระนามขององค์พระเยซูเจ้า (มธ.18:20).
(3) ทั้งในพระบัญญัติบทที่ 12 และในพันธสัญญาใหม่ล้วนเปิดเผยว่า สถานที่ซึ่งพระเจ้าเลือกสรรให้เราไปนมัสการพระองค์ก็คือสถานที่อันเป็นที่ประทับของพระองค์ (พบญ.12:5):
ก. การสำเร็จเป็นจริงของแบบเล็งที่อยู่ในพระบัญญัติบทที่ 12 ไม่ใช่เรื่องของสถานที่ทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของวิญญาณของเรา (อฟ.2:22; ยฮ.4:21–24).
ข. ในการชุมนุมกันเพื่อนมัสการพระเจ้าโดยการรับสุขพระคริสต์นั้น เราจะต้องชุมนุมเข้าสู่พระนามของพระคริสต์ และเราจะต้องอยู่ในวิญญาณ มิฉะนั้นเราจะสูญเสียไปซึ่งฐานที่ถูกต้องของคริสตจักร.
(4) ในพระบัญญัติบทที่ 12 และในพันธสัญญาใหม่ เรามีแท่นบูชา ซึ่งก็คือกางเขน (มธ.10:38):
ก. ทางที่จะเข้าสู่คริสตจักรต้องผ่านกางเขน และทุกคนที่จะเข้าสู่คริสตจักรจะต้องมีประสบการณ์ต่อกางเขนและต้องถูกตรึงตาย (ฆต.6:14).
ข. การมีประสบการณ์ต่อกางเขนก็คือการถูกทิ้งไว้, ถูกขจัดทิ้งไป, ถูกสิ้นสุดจนไม่เหลืออะไรเลย (1กธ.1:18, 23; 2:2).
(5) การทรยศของยาระบะอามได้ละเมิดต่อการกำหนดของพระเจ้าที่ให้มีศูนย์กลางแห่งการนมัสการเพียงแห่งเดียวในแผ่นดินบริสุทธิ์เพื่อที่ จะรักษาความเป็นหนึ่งท่ามกลางพลไพร่ชาวอิสราเอล. การทรยศนี้อาจถือเป็นแบบเล็งของการทรยศที่อยู่ในคริสตศาสนจักรในทุกวันนี้ (1พกษ.12:25–33).
3. ฉะนั้นคริสตจักรแห่งการฟื้นฟูของเราในทุกวันนี้ เราได้ก่อสร้างคริสตจักรท้องถิ่น โดยยึดฐานรากหนึ่งเดียวคือพระคริสต์ และการเปิดเผยของพระคริสต์ผ่านอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ และเราได้ตั้งคริสตจักรบนฐานแห่งความเป็นหนึ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ
(1) ความเป็นหนึ่งที่มีหนึ่งเดียวแห่งพระกายของพระองค์
(2) ฐานหนึ่งเดียวแห่งท้องถิ่นที่คริสตจักรตั้งอยู่และดำรงอยู่
(3) ความเที่ยงแท้ของพระวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่ง คริสตจักรต้องตั้งอยู่บนองค์ประกอบทั้ง 3 นี้จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เช่นนี้ก็จะรักษาความเป็นหนึ่งในพระกายทั่วทั้งจักรวาลนี้ได้
4. ถ้าเราไม่สนใจฐานรากและฐานของคริสตจักร อีกทั้งก่อสร้างบนฐานรากและฐานอย่างอื่น เช่นนั้นเกรงว่าเราจะถูกสาปแช่งเหมือนยาระบาอาม ขอให้เราร่วมกันมาฟื้นฟูฐานรากและฐานที่ถูกต้องเถิด อาเมน

หน้าที่ของเราที่ได้รับการมอบหมายจากองค์พระผู้เป็นเจ้า

1. เกิด — ประกาศกิตติคุณ นำคนบาปให้ได้รับความรอดกลายเป็นบุตรของพระเจ้า (มธ.28:19)
2. เลี้ยง — ประชุมบ้าน คือไปเลี้ยงดูผู้เชื่อใหม่ตามบ้านของเขา ให้เขาเติบโตขึ้นจนกลายเป็นการสำแดงของพระคริสต์ (ยฮ.21:15)
3. สอน — ประชุมหมู่ นำผู้เชื่อใหม่เข้าสู่ประชุมหมู่ เพื่อร่วมแสวงหากับผู้อื่น และสอนให้เขารู้หลักความจริงในพระคัมภีร์ จนบรรลุสู่การรู้จักพระบุตรของพระเจ้าอย่างเดียวกัน (กจ.20:20; อฟ.4:13)
4. สร้าง — ประชุมเขต นำผู้เชื่อทุกคนร่วมประชุมหักขนมปังในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า (กจ.20:7) ไม่เน้นการประชุมใหญ่ แต่แบ่งเป็นเขตๆ ละประมาณ 20–30 คน เพื่อฝึกฝนให้ทุกคนมีการใช้งาน ในการเผยพระวจนะอย่างทั่วถึง (1กธ.14:3, 31) อาจจะผสมผสานพี่น้องจากทุกเขตเข้าด้วยกันเดือนละครั้งก็ได้
5. ก่อสร้างคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายหนึ่งเดียวของพระคริสต์ โดยมีภาคปฏิบัติตามท้องถิ่นต่างๆ ท้องถิ่นละคริสตจักรเดียว (อฟ.4:12; กจ.8:1; 13:1; วว.1:11)
6. ผสมผสานคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายทั่วโลกเข้าด้วยกัน (1กธ.12:24) โดยอาศัยคำสอนของอัครทูตซึ่งก็คือการตรัสของพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่ (กจ.2:42) และสามัคคีธรรมเยี่ยมเยียนกันและกันอย่างทั่วถึง การก่อสร้างพระกายนี้ได้อาศัยคริสตจักรท้องถิ่นซึ่งเป็นเหมือนกระบวนการไม่ใช่เป้าหมาย แต่พระกายที่ถูกก่อสร้างขึ้นจนสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ นั่นจึงจะเป็นเป้าหมายของเรา



เกี่ยวกับการฟื้นฟู
เราผู้อยู่ในคริสตจักรท้องถิ่นนั้นล้วนเพื่อ “การฟื้นฟูของพระเจ้า” คำนิยามขั้นพื้นฐานของคำว่า “การฟื้นฟู” หมายถึงอะไรนั้น เป็นสิ่งจำเป็นต้องอธิบายเพื่อความเข้าใจอันถูกต้องแห่งพยานของเรา
1. คำว่า “ฟื้นฟู” หมายถึง การได้รับคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่งของบางสิ่งที่ได้สูญเสียไปแล้ว ได้ถูกกระทำให้คืนสู่สภาพปกติ การที่กล่าวว่าพระเจ้ากำลังฟื้นฟูบางสิ่งนั้นหมายถึงในประวัติศาสตร์ของคริสตจักรสิ่งนั้นได้สูญหาย สูญเสีย หรือได้เปลี่ยนสภาพไปแล้ว และบัดนี้พระเจ้ากำลังกระทำให้สิ่งนั้นคืนสู่ภาวะหรือสภาพดั้งเดิม
2. เนื่องจากในหลายศตวรรษที่ผ่านมาของประวัติศาสตร์ คริสตจักรได้ตกต่ำและเปลี่ยนสภาพไป คริสตจักรจึงต้องการการฟื้นฟูตามพระประสงค์อันดั้งเดิมของพระเจ้า นิมิตของเราเกี่ยวกับด้านของคริสตจักรนั้น เราไม่ยอมรับสภาพการณ์ที่ตกต่ำและพิธีการตามประเพณีสืบทอด แต่ตามพระประสงค์ดั้งเดิมของพระเจ้า และตามมาตรฐานอันไม่เปลี่ยนแปลงของพระองค์ ดังพระคำที่พระองค์ได้เปิดเผยไว้ เราไม่ถือว่าการเปิดเผยเกี่ยวกับคริสตจักรในพันธสัญญาใหม่นี้เป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น แต่เราถือเป็นแบบอย่างสำหรับภาคปฏิบัติของคริสตจักรในวันนี้ด้วย
3. การฟื้นฟูของพระเจ้าไม่ได้เริ่มต้นเมื่อศตวรรษที่ 20 แม้ว่าจะยากแก่การกำหนดวันเริ่มต้นที่แน่ชัด แต่ก็พอจะกำหนดได้ว่าเริ่มตั้งแต่มาติน ลูเธอร์ ได้ปฏิรูปศาสนาคริสต์ การฟื้นฟูได้ผ่านขั้นตอนหลายอย่างตั้งแต่ยุคปฏิรูปศาสนาคริสต์เป็นต้นมา โดยผ่านการฟื้นฟูบางส่วนในเรื่องชีวิตคริสตจักรในโบฮีเมีย (Bohemia) ภายใต้การนำของซินเซนดอร์ฟ (Zinsendorf) ผ่านการฟื้นฟูด้านการเปิดเผยพระคำแห่งหลักความจริงอันล้ำค่าโดยพวกคณะพี่น้อง (Plymauth Brethren) และจากนั้นก็ผ่านถึงขั้นประสบการณ์ชีวิตภายในที่แท้จริง บัดนี้การฟื้นฟูก็ได้มาถึงขั้น&